บทที่ 8 ทฤษฎีเลิกเป็นเพื่อน แล้วเลื่อนเป็นผัว EP8
“หมดแก้วไปเลยคืนนี้ เอาให้ลืมไอ้คนเฮงซวยนั่นไปเลย”
เสียงแก้วคริสตัลกระทบกันดังแว่วฝ่าเสียงดนตรีจังหวะอีดีเอ็มที่กำลังกระแทกกระทั้น กัญญาภัคกระดกค็อกเทลสีสดใสลงคอรวดเดียวจนหมด ความร้อนผ่าวแล่นปราดลงสู่กระเพาะแต่มันกลับไม่อาจเทียบเคียงความหงุดหงิดที่สุมแน่นอยู่ในอกตลอดทั้งสัปดาห์ หญิงสาวพยายามสลัดใบหน้าหล่อเหลาร้ายกาจของคนที่ชอบเข้ามาวุ่นวายในชีวิตออกไปจากหัว วันนี้เธอตั้งใจมาปลดปล่อยความอัดอั้นตันใจทั้งหมดให้มลายหายไปกับแสงสีและเสียงเพลง
แสงไฟนีออนหลากสีสาดส่องตัดกับความมืดมิดภายในสถานบันเทิงชื่อดังย่านทองหล่อราวกับเป็นการจำลองโลกอีกใบที่เต็มไปด้วยความหลงใหลและมัวเมา กลิ่นอายของแอลกอฮอล์ราคาแพงผสมปนเปไปกับกลิ่นน้ำหอมหลากยี่ห้อที่ลอยฟุ้งอยู่ในอากาศสร้างบรรยากาศชวนเคลิบเคลิ้ม แม้แต่ผู้คนที่ไม่ได้แตะต้องเครื่องดื่มมึนเมาก็อาจจะเผลอไผลไปกับบรรยากาศอันแสนเย้ายวนนี้ได้ไม่ยาก
กัญญาภัคในชุดเดรสสายเดี่ยวสีแดงกำมะหยี่รัดรูปขับเน้นสัดส่วนโค้งเว้าและผิวขาวจัดให้ดูโดดเด่นสะดุดตายิ่งขึ้นไปอีก เธอยืนอยู่กลางวงล้อมของเพื่อนสาวคณะนิเทศศาสตร์ที่ต่างพากันโยกย้ายส่ายสะโพกไปตามจังหวะเพลงอย่างสนุกสนาน ใบหน้าสวยเฉี่ยวที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตเชิดขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นลำคอระหงที่ปราศจากรอยตีตราจองจากฝีมือไอ้เพื่อนตัวแสบ เพราะรอยแดงเมื่อวันก่อนถูกรองพื้นขั้นเทพกลบจนเนียนสนิท
ทว่าความตั้งใจที่จะสนุกสุดเหวี่ยงของเธอกลับถูกรบกวนด้วยสายตาคมกริบของใครบางคนที่จ้องมองมาจากโซนวีไอพีชั้นลอย ซึ่งเป็นมุมที่ดีที่สุดของร้านที่สามารถมองเห็นบรรยากาศเบื้องล่างได้อย่างทั่วถึง
ปรินทร์นั่งไขว่ห้างอยู่บนโซฟาหนังสีดำสนิท ในมือหนาถือแก้ววิสกี้ชั้นดีที่น้ำแข็งละลายไปจนเกือบหมดแล้ว แต่เขากลับไม่ได้สนใจที่จะยกมันขึ้นดื่ม นัยน์ตาสีเข้มฉายแววขุ่นมัวและร้อนรุ่มจ้องเขม็งไปที่ร่างระหงในชุดสีแดงเพลิงที่กำลังขยับกายอย่างพลิ้วไหวอยู่กลางฟลอร์เต้นรำ รูปร่างเย้ายวนที่เขาเคยสัมผัสทุกตารางนิ้วกำลังตกเป็นเป้าสายตาของชายหนุ่มนับสิบชีวิตเบื้องล่าง และนั่นทำให้เส้นความอดทนของเขาตึงเปรี๊ยะจนแทบจะขาดผึง
เจไดซึ่งนั่งอยู่ข้างกันสังเกตเห็นอาการผิดปกติของเพื่อนรัก ชายหนุ่มมาดขรึมจึงอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวขึ้นมาลอยๆ ด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“มองขนาดนั้นไม่ลงไปสิงร่างมันเลยล่ะครับคุณชายปรินทร์ ไหนบอกว่าเบื่อ ไหนบอกว่าเป็นแค่เพื่อน แล้วไอ้สายตาที่มองเหมือนอยากจะลงไปกระชากหัวใครสักคนนี่มันหมายความว่าไงวะ”
ปรินทร์ตวัดสายตาดุกลับมามองเพื่อนสนิทที่กำลังยกโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายคลิปวิดีโอเก็บไว้เป็นหลักฐาน เขาปัดมือของเจไดออกอย่างรำคาญใจ ก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดแก้ว ความร้อนวูบวาบแล่นปราดลงสู่ลำคอ แต่มันกลับเทียบไม่ได้เลยกับไฟริษยาที่กำลังลุกโชนอยู่ในอกเมื่อเห็นชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งทำท่าจะเดินเข้าไปใกล้ดาวคณะนิเทศศาสตร์
“หุบปากไปเลยไอ้เจ กูแค่ดูว่ามันจะแรดไปถึงไหน แต่งตัวยั่วขนาดนั้นเดี๋ยวก็โดนลากไปทำมิดีมิร้ายเข้าจนได้ ภาระกูต้องไปตามเช็ดตามล้างอีก”
นักศึกษาวิศวะหนุ่มแก้ตัวน้ำขุ่นๆ ทั้งที่ในใจกำลังเดือดพล่าน เขาหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมากดโทรออกหาเบอร์ที่คุ้นเคย นิ้วหัวแม่มือกดรัวยิกด้วยความร้อนใจ รอสายอยู่เพียงไม่กี่วินาทีแต่สำหรับเขามันยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ ทว่าปลายสายกลับไม่มีทีท่าว่าจะรับ ยิ่งทำให้ความอดทนที่มีอยู่น้อยนิดของเขาขาดสะบั้นลง
ทางด้านกัญญาภัคที่กำลังสนุกอยู่กับเสียงเพลงรู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนจากกระเป๋าสะพายใบจิ๋ว หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เมื่อเห็นชื่อที่ปรากฏอยู่บนหน้าจอก็เบ้ปากด้วยความเบื่อหน่าย เธอเลือกที่จะกดตัดสายทิ้งแล้วโยนอุปกรณ์สื่อสารกลับลงไปในกระเป๋าเหมือนเดิม การกระทำที่แสนจะท้าทายอำนาจมืดนั้นอยู่ในสายตาของปรินทร์ตลอดเวลา เขาขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน แววตาที่เคยวาวโรจน์ด้วยความหึงหวงเปลี่ยนเป็นเกรี้ยวกราดดุดัน
“ตัดสายกูงั้นเหรอ ได้ ควีน มึงเก่งมากที่กล้าลองดีกับกู”
ปรินทร์พึมพำกับตัวเองเสียงลอดไรฟัน เขาผุดลุกขึ้นจากโซฟาทันทีโดยไม่สนใจเสียงเรียกของเพื่อนในกลุ่ม ร่างสูงโปร่งก้าวเดินลงจากชั้นลอยด้วยท่าทางคุกคามราวกับพญามัจจุราชที่กำลังจะไปทวงวิญญาณ ผู้คนที่ยืนขวางทางต่างพากันแหวกทางให้อัตโนมัติเมื่อสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาจากตัวเขา
ที่กลางฟลอร์เต้นรำ ชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นรวบรวมความกล้าเดินเข้ามาประชิดตัวกัญญาภัค มือไม้เริ่มทำท่าจะโอบเอวคอดกิ่วเพื่อขอทำความรู้จัก หญิงสาวที่กำลังมึนตึงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ไม่ได้ปัดป้องในทันที เธอเพียงแค่ยิ้มมุมปากอย่างมีจริตตามประสาตัวแม่ ทว่ายังไม่ทันที่มือของชายหนุ่มคนนั้นจะได้สัมผัสถูกผิวกายของเธอ แรงกระชากอย่างรุนแรงจากด้านหลังก็ทำให้ร่างบางเซถลาไปปะทะเข้ากับแผงอกแกร่งที่แสนคุ้นเคย
